วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551

เชงเม้ง เม้งแตก ขี้แตก

ครั้งนี้จะรวบของเมื่อวานเข้าไว้ด้วยกัน
เหตุเกิดจากความร้อนและปนะเพณีที่พยายาม
ให้คนในครอบครัวใหญ่ได้มารวมตัวกัน
ที่ชลบุรีเพื่อไหว้บรรพบุรุษที่ทำให้พวกเราได้เกิดมาจนถึงทุกวันนี้
ณ สุสานเก็กเอี้ย
มาถึงในเวลาที่ความร้อนเริ่มประทานลงมาแล้ว
เป็นการพบหน้าอีกครั้งหนึ่ง
แต่ขาด
เจ๊คิ้ม กี เติ้ล เจ๊อิม
เหงามาก
สังเกตได้ว่าปีนี้อาหารทำได้น้อยมาก
และดูรีบๆทำ
คนอื่นอาจจะเห็นว่าปีนี้ไม่อะไรมาก หรือ ไม่ก็มองมะมี๊ไม่ทำ
แต่ถ้าเป้นตัวเราจะรู้ดีว่า
ไม่ใช่มะมี๊ที่ไม่ทำ
แต่เป็นเพราะคนอื่นไม่ช่วยมะมี๊ทำต่างหาก
คนเราอายุล่วงเลยไป มันต้องล้าขึ้นเหนื่อยขึ้น
แล้วต้องเจอกับเรื่องบ้าบอ
ได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งแล้ว
ไปโรงเจกินข้าวต้มกับอาหารต่างๆนาๆ
เป็ด ไก่ ถั่วผัด เกี่ยมฉ่าย
เหงาๆ คิดถึงพี่เจฟ จะว่าไปวันนี้ก็ได้คุย
นั่งคุยที่สุสานชาวบ้านไม่รู้เค้าจะลุกขึ้นมาว่ารึปล่าว
อากาศก็ร้อนๆๆๆๆๆๆ
พาลให้อารมณ์เสีย
ปะป๊าตัดสินใจหลังจากออกจากที่นี่เราจะมุ่งหน้าไปสู่บางแสน
เพื่อการพักผ่อน
ถึงบางแสน มองหาที่นั่ง ชายทะเลแต่พอโดนลมร้อนจากทะเลซัดเข้าที่หน้า
อยากกลับมากแต่ไม่อยากทำเสียมู๊ด
มานั่งปุ๊ปหลับกันไปสอง ปะป๊า เต้ เลยนั่งสั่งส้มตำ
ยำปลาดุกฟู และ หอยแมลงภู่อบมานั่งกิน
ยำปลาดุกฟูเหมือนส้มตำแล้วแค่ใส่เศษปลาดุกฟูลงไป
มีผักบุ้งด้วย โอ้ พระเจ้าอะไรกัน
นั่งซัดจนหมด
แล้วผล็อยหลับไป
ตื่นมาบ่ายสาม
ในใจเริ่มรู้สึกอาจจะกลับช้ากว่าสองทุ่มแน่นอน
เลยทำตัวเสียงดังสั่งนู้นนี่มานั่งเพื่อปลุกชาวบ้านขึ้นมากิน เล็กน้อย
สั่งเหมือนเดิม
และกินหมดเองคนเดียวเหมือนเดิม
ตายห่า ท้องแน่นเลย
สักพักเราเสนอไอเดียจะไปนั่งกินข้าวที่เขาสามมุก
ในเวลาห้าโมง
ก็ไปกินกัน และเสร็จทั้งหมด 6 โมง
เริ่มโวยวายแล้วว่าจะถึงบ้านทันรึปล่าว สองชม.เอง
เริ่มเป็นป้าแก่ บ่นๆๆๆๆๆตลอดทาง
แล้วโจทยือีกหนึ่งข้อคือ น้ำมันตอนนี้อยู่ที่ขีด E นั้นคือจะหมดโคตรๆ
และโจทย์ข้อสองคือปะป๊าจงรักภักดีกับบางจากมาก
และก้โดนบางจากหักหลังด้วยการที่ไบโอดีเซลหมดสามปั๊มติดกัน
เฮ้อ
เหลือเวลาอีก ครึ่ง ชม. ขณะนี้ถึงบางประกง พอข้ามสะพาน
กลั้นหายใจแล้วอธิษฐานให้ถึงบ้านทัน
และกลั้นหายใจได้สำเร็จด้วยนะ
มันต้องสมหวังสิ
แล้วรถก็ขับไปข้างหน้าเรื่อยๆ มีป้ายติดที่สะพานข้างหน้าว่า
"สะพานบางประกง"
เฮี้ย กูกลั้นหายใจผิดสะพาน
แล้วอีเต้เสือกเหยียบมิด
กลั้นไม่ทัน
ทีนี่สติแตกเลยนั่งวีนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จนคนในรถแกล้งหลับ
ทำเป็นไม่ได้ยิน
แวะเติมน้ำมันตอน 7.50 เติมเสร็จอีพนักงานทำตัวช้ามาก เดินไปรูดการ์ด
กว่าจะกลับมาอีก
สรุปออกจากปั๊มที่ 8.00 ซอยในบ้านชั้นเวลาอย่างน้อย 10 นาที
เฮี้ยเอ้ย
สุดท้ายถึง 8.10 เลทไปสิบ
ได้คุยปุ๊ป ชื่นใจจจจจจ
หายโกรธ
แต่คนในบ้านเข้าใจว่ายังไม่หายบ้า เจอเราตรงไหน วิ่งหนีหมด
ช่างเถอะ
วันนี้นั่งคุยกับชพ สนุกสนาน
และก็หลับแบบเหนื่อยเพลียกับพลังน้ำลายที่วันนี้พ่นใส่ทุกคนไป
พร้อมตื่นมากับเช้าวันใหม่ที่ทรมานมาก
ปวดท้องเฮี้ยๆ โอ้ยมันต้องมาจาก
อาหารเมื่อวานแน่ๆ
ยังดีตรงที่ นั่งห้องน้ำแล้วออก ไม่เหมือนครั้งที่แล้วที่
เป็นลมคาห้องน้ำไป
แล้วความซวยเข้าครอบงำเมื่อกุญแจรถ
อยู่ในรถปะป๊า จากตอนแรกที่อยากออกบ้านไปซื้อนู้นนี่
สมัครเรียนฝรั่งเศส กลายเป็น
รอไปเถอะถึงบ่ายสาม ไม่รู้ว่าจะมาได้เมื่อไหร่
โทรไปยังนั่งกินเอ็มเคกับเซล
เซ็งจัง แผนเสีย แต่ก็เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่สามารถขยับตัวได้เช่นนี้
แต่มันเสียเวลามาก
เพราะต้องเอารถไปล้างอ๊วกปะป๊าอีกอ่ะ
หรือจะทนก็ไม่รู้ ไม่อยากทนแต่เวลาก็เป็นเงินเป็นทองอ่ะ
เซ็งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2551

หลังจากการแปรปรวน

บางอย่าง
เราต้องมองในแง่ดีไว้
อย่าให้อะไรมาสร้างแง่ลบให้กับเรา
วันนี้เริ่มต้นวันด้วยการไปมหาลัยเก้อ
อีกแล้ว
จะไปรับหนังสือฝึกงาน
ห้องภาคหัวเราะคิกคักแล้วตอบว่า
"น่าสงสารจังเลยมาเก้อ อาจารย์ยังไม่เซ็นนะ มาเอาอีกทีวันศุกร์ไม่ก็จันทร์"
อีเห็ดสด
มันน่าขำมากใช่มะ
เสียน้ำมัน ตื่นแต่เช้า มานั่งฟังขำอย่างนี้น่ะเหรอ
แต่ถ้าคิดใง่ดี
อ๋อไม่เป็นไรหรอก เรารถก็สนุกดี ได้เห็นทิวทัศน์ก่อสร้างถนน
ฝุ่นตลบอบอวลดูแลได้แรงบันดาลใจ
มาฟังเสียงหัวเราะคิกคักเยาะเย้ยของพวกผีเปรตแล้ว
รู้สึกว่าสงบดี
.
.
.
บ้าแล้วจริงๆหว่ะ
วันนี้ก็มาฟิตเนสเป็นวันที่ 4 แล้วแบบติดกัน
ทาโน่จะลดน้ำหนักได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่เป็นปริศนามากๆ
ว่ากันว่าถ้าน้ำหนักลดแล้ว อารมณ์จะน่ากลัวมาก
อันนี้จริง
แล้วถ้าน้ำหนักเยอะ
ก็จะอ้วนมากๆ
อันนี้ก็จริงอีก
เอาว่ะผอมๆมีลอนๆสักนิดก็จะดีไว้เป็นของขวัญแฟนตอนกลับมา
ตอนนี้ไมค์ใช้ได้แล้วดีใจมาก น้ำตาจะไหล
.
.
.
ผ่านเรื่องราวนั้นไปได้ เค้าก็ตอบกลับมาในแง่เข้าใจและขอโทษในความรุนแรงเกิน
ของคำพูด
แล้วพร้อมจะรับน้ำใจของเรา
ก็ถ้าต้องการอะไรก็บอกแล้วกัน
เพราะเราติดต่อเธอไปแล้วเธอไม่ตอบกลับ
ต่อจากนี้เธอติดต่อมาแล้วกันนะ
ไม่งั้นก็ไม่รู้จะช่วยอะไร
จบ
.
.
.
บางทีน้ำตาที่ไหลๆออกมาก็ดีนะ
เหมือนมันกั้นมานาน
ปีนึงออกครั้งนึงก็ดี
รู้สึกโล่งตา
คุยกับพี่เจฟวันนี้แล้ว
รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ
มันจริงตรงที่
ถ้าเห็นคนที่เรารักมองยังไงก็ไม่เบื่อ
วันนึงถ้าเอาความคิดถึงเค้ามาใส่รถบรรทุกคงได้ประมาณ 10 คัน
สามารถถมที่หลังโรงงานได้เลย
เชื่อมะ
จริงๆนะ

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2551

Bad Day

ในรอบสองปีนี้
วันที่ 25 มีนาคม 2551 ถือเป็นอีกวันที่เลวร้ายที่สุด
รองลงมาจากตอนที่โนญาติรุมถล่มนินทา
เป็นวันแห่งความทรมาน อึดอัดและไม่สามารถพูดกับใครได้เลย
เรื่องมันเกิดจากอีกฝ่ายที่ไม่พยายามจะแก้ไข
เรารู้ว่าเราผิดและเราพยายามแสดงความรับผิดชอบตลอด
เราโทรไปมันไม่รับ กดสายทิ้งบ้างละ
โทรติดต่อหลายวันและหลายครั้งต่อวัน
เงียบสนิท
แล้วมาพิมพ์บอกว่าเราเป็นคนไม่เอาใจใส่
ของแค่นี้ดูแลไม่ได้ ผิดหวังมาก
และของที่เสียไปจะไม่ซ่อมไม่ทำใหม่เก็บมันไว้อย่างงี้ละ
ไว้ดูเป็นอนุสรณ์
ก็แล้วทำไมตอนอยากคุยด้วยเพื่อจะถามถึงปัญหาแค่นี้
ไม่มาคุยละ
กลัวเหรอก็ไม่น่าจะใช่
เป็นอะไรที่อยากให้คนมาง้อตลอดเวลารึปล่าว
มันน่ารำคาญนะ เพราะเธอไม่ใช่แฟนชั้น
แค่ประโยคหลายๆประโยคมารวมกันที่เธอส่งมานั้น
มันทำให้ชั้นซึมได้ทั้งวันเลยนะ
แล้วมานั่งสงสัยว่า
เอ..ชั้นว่าชั้นบอกแล้วนะว่ามีอะไรบอกได้เลย
ชั้นจะช่วยเต็มที่
เพราะชั้นผิดเรื่องนี้ชั้นรู้
สิ่งที่ผิดมันเป็นอุบัติเหตุด้วย ไม่ใช่ตั้งใจให้มันเกิด
แต่เธอเองไม่ใช่เหรอที่ไม่ตอบกลับมา
เธอเงียบแล้วสั่งสมความแค้นพร้อมพิมพ์มาบอก
แต่มันทำให้เราตกลงทันที
อยากระบาย อยากเล่าให้คนที่เรารักฟังบ้าง
แล้วบอกตรงๆว่า ไม่รู้เค้าฟังแล้วจะเข้าข้างเรารึปล่าว
เพราะอีกฝ่ายก็เพื่อนเค้า
เรามักโดนเค้าติเรื่องที่เราไม่ดีกับเพื่อนเค้าตลอด
อยากจะเล่าแต่ก็หวั่นใจว่าเค้าจะไม่เข้าข้างเรา
มันเลยยิ่งเครียดสะสมในใจอยากให้เค้ารู้ว่าไม่ว่าเค้าผิดถูกเราอยู่ฝั่งเค้าตลอดแน่ๆ
แล้วพอผ่านเราค่อยมาคุยกันว่าอะไรถูกไม่ถูก
วันนี้ถ้าไม่ได้พี่ต่ายช่วยปลอบ
คงแย่ไปแล้ว
ขอบคุณมากนะครับพี่ต่าย
ไม่งั้นตายแน่ๆ อึดอัดมาก พูดไปร้องไห้ไป
มันกดดันและเจ็บใจที่เราแสดงความช่วยเหลือแล้ว
แต่เหมือนโดนปัดมือแล้วด่าว่า ไม่ใส่ใจ ไม่รู้อะไรเลย
เล่นฟิตเนสเพราะหวังว่ามันจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง
แต่ไม่เลย
รีบเล่นเพื่อไปคุยกับที่รัก
อยากคุยมาก เพราะมันไม่ไหวแล้ว ตอนแช่อ่างจากุซซี่
นั่งร้องไห้ซะงั้น จนฝรั่งเค้าถามว่าเป็นไรรึปล่าว
มารอที่หน้าคอมเร็วกว่าปกติ
ต้องการเค้ามาก
แต่เค้าไม่อยู่ ไม่มา
สิ่งหนึ่งที่เจ็บพอๆกันคือการรอคอย
ชีวิตเราทำไมเป็นอย่างนี้ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน
พี่ ลูก เพื่อน แฟน
ต้องรออีกฝ่ายหนึ่งตลอดเวลา
การรอมันทรมาน มันเหมือนกับทำงานครึ่งหนึ่งกับพักผ่อนครึ่งหนึง
เหมือนสบายแต่เหนื่อย
แล้วมาผสมกับเรื่องนี้
ไม่เกรงใจใครแล้ว ตั้งแต่สนามกีฬาถึงอ่อนนุช
ร้องไห้ตลอด
น้ำตาไหลได้เอง
ไม่ต้องขั้นเหมือนเวลาแสดงละคร มันคือความรู้สึกจริง
สุดท้ายก็ได้รู้ว่าคนที่เรารักทำอะไรผิดพลาดไปนิดหน่อย
การโทรของเค้าอาจดูเป็นเครื่องหมายบอกว่าเค้ายังใส่ใจเราอยู่
ค่าโทรก็แพง
แต่จิตใจมันแตกละเอียดก่อนแล้วน่ะสิ
ได้แต่เตือนตัวเองว่าพอแล้วอย่าคุยนานเดี๋ยวอีกฝ่ายจะเสียตังค์เยอะ
มันเศร้ามันแย่ที่สุด
นี่คือวันที่แย่ที่สุดจริงๆ ขอให้มันแย่แค่นี้ในปีนี้เถอะนะ
ไม่อย่างงั้นตายแน่ๆ
พิมพ์แล้วอยากร้องไห้

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2551

I got a new sun glass!!

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้แว่นตากันแดดมา
เป็นของดีซะด้วย
ต้องขอขอบคุณคุณพ่อที่กรุณาเห็นใจ
ในตาที่จะพร้าเพราะแสงแดดเวลาขับรถ
แว่นดีๆครั้งแรก
Gucci
ช่วงเช้าก็กลิ้งเกลือกไปมาตามประสาของคนขี้เกียจมากๆ
เหมือนมีอะไรต้องทำ แต่ขอหยุดไว้ก่อน
และก็เป็นอีกวันที่เห็นความไม่ลงรอยกันของพ่อแม่
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องขนาดนี้
ความจริงถ้ามะม๊ายอมป๊าหน่อยก็ดี
คิดเองมันก็ทุกข์เอง
นี่คือสัจธรรม
จำให้ดีนะน้องตั๋ง
ตอนเที่ยงก็เลยไปกินข้าวกับปะป๊าแทน
เพราะมะม๊าหนีไปสระบุรี
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ได้กินขึ้นหิ้ง
กินที่โรงแรมดุสิตธานี
อร่อยมาก
ปะป๊าบอกว่าถ้ามันแพงจริงๆอย่างที่คนทั่วไปคิด
แล้วทำไมมันเต็มตลอด ซึ่งก็จริงอย่างปะป๊าพูด
ป๊าบอกว่า เราทำงานหนัก
วันอาทิตย์สักวันทำไมเราจะให้ตัวเองไม่ได้
เราว่ามันจริง
แต่บางครั้งอาจจะให้มากเกินไป
ก็ต้องระวังบ้าง
ในความคิดเรานะ
ได้แว่นทำทุกอย่างเสร็จกลับโรงงาน
วันนี้ตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงตอนเย็นที่อยู่กับปะป๊า
ป๊าพูดเรื่องม๊าตลอด
เราคิดว่าถ้าคนมันไม่เก็บกดจริงคงพูดออกมาขนาดนี้ไม่ได้
แค่ฟังก็รู้แล้วว่ามันเป็นคำพูดของคนบริสุทธิ์ใจ
ป๊าเล่าได้เหมือนเดิมกับทุกครั้งที่เล่า
และเราฟังเรื่องอย่างนี้มาตั้งแต่อายุ11
เก่งมั๊ยละเด็กอายุแค่นี้แต่แบกรับ
ความรู้สึกของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้แล้ว
ไปเล่นฟิตเนสให้สบายใจ
เวลาเล่นทีไรแล้วรู้สึกลืมทุกอย่างได้
มันเจอความเหนื่อยเยอะ
ยิ่งตอนได้แช่อ่างน้ำแล้วมองขึ้นฟ้า
มันเป็นความรู้สึกดีที่บอกไม่ถูก
กลับมาด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้า
ต้องทำเวลากลับไม่เกินสี่ทุ่ม
เพราะมีนัดกับสามีแล้ว
อยากคุยกับสามีจับใจ
ไม่ได้คุยกันมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนี่
มันเก็บกด
พอเก็บมากๆ
เจอหน้ากันในเน็ตเลยยิ้มไม่ค่อยออก
เราคงต้องเปลี่ยนทัศนคติของเราให้มากกว่านี้
ทำตัวสบาย ธรรมชาติ
เพื่อให้พี่เจฟได้ให้ความรู้สึกเราแบบธรรมชาติ
ไม่รุนแรง ไม่คาดคั้นจนเกินไป
บางทีเรารู้สึกว่าเราพูดว่า รัก กับ คิดถึงสิ้นเปลืองมาก
แต่ทุกครั้งที่พิมพ์มันเป็นความรู้สึกนั้นจริงๆแล้วไม่อยากมานั่งเก็บไว้
เหมือนพวกดาราหนังไทยน้ำเน่า
หวังว่าเค้าคงรู้สึกดีกับพฤติกรรมที่ดูไม่น้ำเน่าของเรา
คิดถึง และรักมากนะครับ

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2551

BFW

วันนี้ได้ไปดูBangkok Fashion Week
เป็นโชว์ของ 27 Nov
งานยังดูสะดุดบ้างเล็กน้อย
น่าจะเทรนแบบในการเดินให้มากกว่านี้
น้องบางคนดูตื่นสนามขนาดเดินแข็งมาก
แต่บางคนขอชมเลยว่าน้องเดินได้สง่า สนุกมาก
ช่วยให้เสื้อผ้าสวยทวีคุณไปอีก
วันนี้ที่รักเทรนงานวันแรก
คงหนักเอาการอยู่ป่านนี้เค้าคงทำงานอยู่
สู้เค้านะครับ
งานแฟชั่นวีคครั้งนี้ได้นั่งวีไอพีดูดีมากมาย
แต่สังเกตว่า
งานนี้เป็นงานที่รวมกระเทย(ยักษ์บ้างอะไรบ้าง)
ทั้งโลกมาไว้ด้วยกัน
ถ้าพวกเกลียดกระเทยเอาระเบิดมาวางในฮอล
กระเทยจะหายไปจากประเทศไทยทันทีครึ่งนึง
อีกครั้งเป็นพวกแอบที่ไม่ยอมรับก็จะรอดตัวไป
ไปดูกับพี่แต๊บ พี่แทตไปไม่ได้
งานนี้น่าจะใช้คอนเซ็ป High School
เห็นงานพวกนี้แล้วคันมืออยากตัดชุด
ท่าทางจะเริ่มเข้าใกล้ตัวตนมากขึ้นแล้ว
อยากตัดชุดเอง ถ่ายเอง
ก่อนเข้าฮอลไปเที่ยวกับนัดชาด
ไปดูเรื่อง my blurberry night
เรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางไกลของผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่มีผุ้ชายที่หลงรัก รอคอยการกลับมาของผู้หญิงคนนั้น
คุ้นๆเนอะเนื้อเรื่องนี้
มันตัวเราเองเห็นๆ
แต่ท้ายที่สุดก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกลับมาและได้รักกัน
ของเราจะเป็นแบบนั้นมั๊ยน้า
เวลาเท่านั้นที่จะตอบเรา
นัดชาดช่วยได้มากเลยวันนี้ไม่งั้นคงเป็นอีกวันที่เหงาๆ ทึมๆ
กลับมาบ้านสองทุ่ม
เจอพี่เจฟพอดี
ข่าวดีคือพี่เจฟได้งานแล้ว
ดีใจด้วยนะครับบ
ในที่สุดความพยายามของพี่เจฟก็สำเร็จผลสักที
ต่อจากนี้คือความพยายามทำงานให้สำเร็จนะครับ
สู้เค้า พี่เจฟที่รักของตั๋ง
เวลาคุยเราอาจจะลดน้อยลงแต่รักเราไม่ลดลงใช่มั๊ยครับ
ใช่มั๊ยครับ
ใช่มั๊ยครับ
ที่รักของตั๋ง

YesterDay

วางแผนทุกอย่างไว้อย่างดิบดี
ไปโรงงาน ไปฟิตเนส ไปรับรูป ล้างเลนส์
ทุกอย่างถล่มทลายเพราะ
ต้องไปมหาลัยไปช่วยอ้นเก็บฉากที่เซ็ทกันไว้
และมันน่ารำคาญมากที่มาตั้งแต่สิบเอ็ดโมงแต่ต้องรอถึงบ่ายสอง
โดนที่อ้นมาสายหนึ่งชม.
แล้วยังต้องรอปั้น
ซึ่งมาสายอีก2 ชม.
แล้วเราเป็นหัวหลักหัวตออะไรมารอตั้งสาม ชม.
ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คิดแล้วยังต้องมาเจอคำพูดที่
แย่อีก มาสายแล้วยังมาขอกินข้าว
ทุกอย่างระเบิด จบ
เดินขึ้นรถมาทำที่ตัวเองอยากทำดีกว่า
น่ารำคาญมาก
เกลียดการรอ
ถ้าไม่ทำก็คือไม่ทำเลย เพราะไม่ต้องมานั่งกังวล
แต่รอคือกึ่งไม่ทำกับกึ่งคิดจะทำ
มันน่าหงุดหงิด
วันนี้เลยขาดไปอย่างเดียวคือไม่ได้ไปโรงงาน
ทำให้ชวดการกินบุฟเฟต์ที่โรงแรมกับปะป๊า
แล้วยังถึงเมืองตอนสี่โมง
เสียเวลา เสียน้ำมันแล้วไม่ได้อะไร
ช่างเถอะ
วันนี้อากาศร้อนมาก อบอ้าวเป็นที่สุดเดินออกจากรถไฟฟ้าเหงื่ออก
เดินไม่ถึงหนึ่งเมตรเหงื่อชุ่ม
เดินไปเรื่อยๆก็น้ำตกเลย
วันนี้ได้มาเล่นฟิตเนสในรอบสองอาทิตย์รู้สึกแรงถอยไปพอสมควรปกติจะสู้กว่านี้
แต่ก็เล่นทุกอย่างได้ครบ
ได้ว่ายน้ำ
ทุกอย่างขณะทำก็มองนาฬิกาไป
เอ...พี่เจฟบอกว่าจะออนไม่เกินสองทุ่ม
ใกล้แล้วนา
เลยรีบไปอาบน้ำเสร็จแล้วจะมาขอเล่นเน็ตที่ฟิตเนส
ชม.50
พ่อมึงตาย แพงมาก
เลยตัดสินใจไปมาบุญครอง
กระหายอยากเห็นหน้าพี่เจฟมาก
ไม่ได้เห็นคงนอนไม่สนิทคืนนี้
ปรากฏมาได้กับร้านคอมชั้นเจ็ด
ยังไม่ทันบอกเค้าว่าจะใช้คอม
วิ่งไปนั่งที่ว่างเลย
แล้วเปิด
เจ้าของร้านงงๆแต่ก็ไม่ว่าอะไร
รีบเปิด นั่งภาวนาขอให้พี่เจฟยังออนอยู่
ไชโย
แล้วไม่เพียงโชคดีเท่านี้
ไมค์ก็ใช้ได้ เว็ปแคมก็ใช้ได้
เยี่ยมมากครับ ครึ่งชมที่นี่ 15 บาท
อีฟิตเนสจะขูดเลือดกันไปไหน
นั่งคุยได้อย่างมีอรรถรส
มีความสุขจังเลย
การที่ได้เห็นคนที่เรารักได้ยินเสียงของเค้า
ได้พูดคุยกันแม้จะอยู่ห่างไกลกัน
มันวิเศษมาก
ตอนนี้ก็เหลือแค่รออีกสักนิด อดใจสักหน่อย
รอคนที่เรารักกลับมาสู่อ้อมกอด
แล้วกอดซะให้หนำใจ
สำหรับวันนี้ลาไปก่อน
รักพี่เจฟมากครับ
สวัสดี

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551

C'est fini,le lecon de francais.

และในที่สุด
คอร์สฝรั่งเศสก็จบลงอย่างสวยงาน
ด้วยเวลาการทำข้อสอบเพียง 30 นาที
เหมือนจะไม่รู้เรื่องแต่มั่นใจมาก
เต็มแน่ๆงานนี้
อ่านverb ทั้งสิ้น 10 ตัวทั้งวิธีการผัน
ไม่มีออกซักตัว ขอบคุณครับ
สอบเสร็จนังฟิลิปปินส์มาถามเรื่องการล้างขาวดำ
ก็ตอบไปพองาม
แล้วก็ต้องเดินกลับไปเอาตังค์ที่สยามจากไอแบงค์
ที่ติดค่าของที่เช่ามาทำฉาก
ขึ้นรถไฟฟ้ามา
ไม่คิดว่าวันนี้จะเจออะไรแบบนี้
เข้าใจความรู้สึกของคนยิวที่โดนลมควันนาซีละ
แต่ว่าครั้งนี้เป็นฝรั่งผิวขาวโกนหัว
ไม่มีที่นั่งเลยต้องยืน แต่เสือกยกแขนสองข้างขึ้นน
เฮี้ย
เหม็นมากกกไม่คิดว่าจะเจอเหม็นอย่างงี้
คิดว่าญาติเราคนนึงเหม็นสุดแล้วนะ
แต่นี่เหม็นกว่าสิบเท่า
เห็นได้ชัดว่า
ผู้หญิงสองสามคนที่ยืนรอบฝรั่งตนนั้น
ก้มหน้า
หมดเลยย
น่าสงสารมาก
พอถึงอโศกแล้วฝรั่งตนนั้นเดินออกไป
ผู้หญิงพวกนั้นพร้อมใจกันสะบัดหัวขึ้นแล้วรีบเอาอากาศเข้าทันที
ดีไม่ถึงอ่อนนุช
ไม่งั้นตายห่าทั้งโบกี้
วันนี้ตอนอยู่ที่โรงงาน
นั่งนึกถึงพี่เจฟ
ตลอดเลย อยากให้มาอยู่ข้างๆ
ตอนนี้ใจพี่เจฟอยู่ในใจตั๋งตลอดเลยนะ
รู้สึกได้ตลอดเวลาเลยครับบ
อยู่กับปะป๊าก็ดี ปะป๊าสอนเรื่องงาน
เรื่องนิสัยที่ห้ามคิดมาก ห้ามวิตก ห้ามคิดแคบ
แต่ก็ยังไม่วายได้ยินเรื่องม๊าจากปากปะป๊าอยู่
ไม่สบายใจแต่ก็ป๊าพึ่งว่าห้ามคิดมาก
งานนี้เลยได้เอามาใช้ทันทีเลย
กลับมาบ้านก็รีบกินข้าว
สังเกตว่ามะม๊าพยายามคุยมากขึ้น
แต่ก็เห็นประชดป๊าบ้างเมื่อมีโอกาส
ป๊าก็ประชดกลับทันทีเหมือนโต้วาที
เฮ้อ
ช่างเถอะ
เราอยู่ส่วนของเราดีกว่า
ไม่คิดมากแล้ว
มองในแง่ดีเราก็เห็นสิ่งไม่ดีที่เค้าทำกัน
เพื่อที่เราจะไม่เอามาใช้กับคนที่เรารักและรักตลอดไป
รักเสมอครับที่รัก
ตั๋ง

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551

สนามบิน ถ่ายหนัง เทค เทค เทค เทค

วันนี้ไปส่งกี คิ้ม
ไปอเมริกา
ประเทศที่มีคนไทยไปสิงช่วงมีนา เมษาเยอะกว่าชาติใดในโลก
เหตุผลคือ เงินและของ(ที่เพื่อนมักจะฝากซื้อแล้วลืมให้ตังค์)
ไปส่งครั้งนี้เห็นอะไรบางอย่างที่คล้ายๆกับตัวเอง
คือแฟนเจ๊คิ้มหน้าเศร้ามาที่เจ๊คิ้มไป
เห็นตัวเองทันที
ต่างกันตรงที่
เค้าแสดงความรักมากไม่ได้เพราะ
ญาติเรามากันโคตรเยอะ
เพื่อนก็โคตรเยอะ
จะมานั่งขยี้ปากกอดรัดแบบตอนเรา คงดูไม่ดีเท่าที่ควร
ไปนั่งกินข้าวกับเจ๊อิมและพี่ชิน
ร้านที่เรามานั่งกับพี่เจฟก่อนพี่เจฟขึ้นเครื่องสายการบินที่แอร์เหม็นเต่า
นั่งพูดเรื่องคนที่เรารักจนเจ๊อิมต้องพูดว่า
"อวสานรึยังค่ะ"
กินเสร็จต้องกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน
วันนี้ช่วยปั้นกับอ้นแสดงหนังรอบสอง
เหนื่อยมาก
ร้อนมาก สถานที่ถ่ายเป็นบ้านหลังเล็ก
ถ่ายข้างบนซึ่งถ้าเอาขนมปังมาวางไว้สามารถกินขมปังอบได้เลย
นั่งไปถ้าทุกคนถิดเสื้อผ้าหมดแล้วใช้ผ้าขนหนูมาปิดส่วนนั้น
ก็จะดูเหมือนซาวน่าทันที
ถ่ายเสร็จ
ยกขบวนไปถ่ายที่ห้องแววต่อ
ห้องแววน่าอยู่มาก
เห็นแล้วอยากกลับมาอยู่หอ
และต้องเป็นหอนี้เท่านั้น
อยากชวนพี่เจฟมานั่งเล่นสนุกกัน
แต่ตอนนี้ฝันนั้นจะหยุดไป
เพราะตั๋งจะเก็บเงินเพื่อซื้อคอนโดอยู่กันสองคนมากกว่า
ฮิฮิฮิ ถ้าตั๋งทำได้นะครับ
ถ่ายเสร็จเอาเสื้อผ้าไปคืนป่าน
ป่านใบหน้าเบิกบานมารับเสื้อผ้า
หารู้ไม่ ว่ากางเกงตัวหนึ่งขาดแบบสามารถเปลี่ยนสีหน้าป่านให้กลายเป็น
ยักษ์ได้ทันที
รอฟังผลอยู่ครับ
กลับมาบ้านด้วยความรีบร้อน
ไม่ใช่อะไรหรอก อยากคุยกับที่รักมากกก
โคตรจะคิดถึงเลย
วันนี้ได้โทรคุยกับแม่เค้าเรื่องค่าใช้จ่ายและจิปาถะต่างๆ
พี่เจฟมีเรื่องกลับก่อนเข้ามาในหัวแล้ว
ฟังแล้วรู้สึกสองจิตสองใจ
คือกลับมาก่อนก็ดี แต่นั้นคือพี่เจฟไม่บรรลุเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้เป็นเวลานาน
ซึ่งเค้าก็อยากให้พี่เจฟบรรลุถึงจุดที่ต้องการ
เราจะมีความสุขที่เห็นคนที่เรารักประสบความมสำเร็จ
จริงๆครับ
เพราะฉะนั้นยังไงสู้ตายก่อนนะครับ
อย่างที่บอก
ตอนนี้สวดเต็มที่ครับขอให้พี่เจฟประสบความสำเร็จ
ตอนนี้ก็คุยกันอยู่แต่อยู่ในช่วงเบรค ไปทำอะไรของตัวเอง
จะอาบน้ำก่อนดีกว่า
เอาของสกปรกออกแล้วจะได้
บริสุทธิ์มาคุยกับพี่เจฟ
แม้ความจริงจะไม่เหลือความบริสุทธิ์แล้วก็ตาม
ฮิฮิฮิหุหุหุ

วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2551

อารมณ์มันก็ดีนะ

วันนี้ส่งงานสุดท้าย
นั่งลุ้นแทบตายว่างานจะได้รับผลตอบรับยังไง
ปรากฏว่า ดีเกินคาด
ดีใจครับ
แล้วงานได้โชว์อีก
โอ๊ยดีใจมากกกก
เวลาอย่างนี้อยากเอาความดีใจมาแชร์กับพี่เจฟจัง
แบบกระโดดโลดเต้น
มีความสุขกัน
คิดถึงมากกก
วันนี้ไปถ่ายหนังให้อ้นและปั้น
วันนี้มาโปรมา 2 เทคผ่าน 2 เทคผ่าน
ไปเอาแรงจากไหนมาไม่ทราบได้
แต่อาจจะเพราะวันนี้มีเริ่มมาดี
ทุกอย่างเลยดี
ถ่ายเลทนิดหน่อยเลยคิดว่าจะถึงที่เรียนฝรั่งเศส
ช้าไปบ้าง
แต่ปรากฏว่า
กรุงเทพฯรถติดบ้าคลั่ง
คุณสมัครขอบคุณมากครับบ
ใช้เวลา1.15ชม.ถึง8.10
เลิก8.30
อาจารย์ถามว่า
ยูสปิริตแรงจังเลย
เราก็บอกว่า แน่นอน
เหมือนไม่ได้เรียน
จบเร็วมาก
กลับบ้านด้วยความเร็วสูงรีบกินข้าว
รีบขึ้นมาคุยกับที่รักกกก
คิดถึงตัวเองจัง
ดูรูปเธอแล้ว ชั้นอยากจะร้องไห้
คิดถึงแทบขาดใจเลย
แต่ยังไม่ขาดครับ
เพราะยังรักอยู่เสมออออ
จบเน่ามากแต่จริง

ภาพสะเทือนตา

เห็นคนแก่ขายลูกอมตรงสยาม
เห็นคนคุ้ยขยะ
เห็นอาจารย์ไม่สนใจงานของเรา
เห็นคนมองเราแล้วหันกลับไปคุยกัน
เห็นเพื่อนมองผลงานเราแล้วชักสีหน้า
เห็นคนหัวเราะใส่อย่างไม่มีสาเหตุ
เห็นร้านที่กำลังจะไปปิด เพราะเราไปช้า
เห็นร้านที่กำลังจะไปปิด เพราะมันอยากปิด
เห็นภาพสีน้ำของตัวเอง ถูกน้ำหกใส่
เห็นตัวเองอ้วน
เห็นพ่อกำลังนินทาแม่ให้เราฟัง แต่แม่อยู่ห่างจากตรงนั้นไม่ไกล
เห็นแฟนร้องไห้
เห็นเพื่อนร้องไห้
เห็นตัวเองร้องไห้
เห็นคนตายต่อหน้า
เฮ้อชีวิตมันมีอะไรให้สะเทือนเยอะจริง

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2551

No matter what they say

เฮ้อเมื่อวานช่างเป็นวันโชคร้ายดีจริงๆ
ตื่นมาแต่เช้า ไปอัดงานที่ไม่ใช่หน้าที่เราที่จะต้องทำ
เสร็จแล้วระหว่างทางกลับบ้าน
ทำน้ำแดงหกในรถอีก
ซวยมากๆ
มาถึงโรงงานด้วยความรีบเร่งเพราะวันนี้
ที่บ้านมีภาระให้ช่วย
มาถึงหุนหันพลันแล่นจะทำ
เดินทางไปกว่าครึ่ง ชม. ถึงรู้ว่าลืมเอาเอกสารมา
สรุป ทำใหม่วันจันทร์
เฮ้อ
ทั้งหมดนี่เป็นสิ่งที่อยากจะเล่าให้คนรักฟัง
แต่ดูเหมือนเมื่อวานเค้าสมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอาจจะด้วยเรื่อง
ผลการสอบอะไรต่างๆนาๆ
เล่าไม่ถึงครึ่งประโยคก็เปลี่ยนเรื่องเราซะแล้ว
แต่เราไม่คิดว่ามันเป็นปัญหานะ
คิดว่าเป็นสิ่งที่เราขี้น้อยใจไปรึปล่าวว
แต่บ่อยครั้งที่ไม่ว่าใครมีปัญหาอะไรมาเล่าให้เราฟัง
เราจะหยุดเรื่องที่เราทำเลย แล้วฟัง
เพราะสิ่งที่เราโดนมาแต่เด็กคือต้องเดินพูดสิ่งที่เราต้องการจะบอก
ให้ผู้ใหญ่ฟัง โดยท้ายที่สุดเค้าก็ไม่ได้สนใจ
เราเลยเคารพการพูดของคนอื่นมาก จะไร้สาระแค่ไหนเราก็จะมองหน้า พยักรับฟัง
แปลกเนอะ คนใกล้ตัวจะไม่ค่อยสนใจเรื่องราวคนใกล้ตัว
แต่พอเราอยู่อีกสังคมหนึ่ง
คำพูดเราดูศํกดิ์สิทธิ์มาก
นี่ละมั้งมันคือสังคมที่แตกต่างกัน
เรื่องบางเรื่องเล่าให้คนกลุ่มหนึ่งฟัง ดูน่าสนใจมาก
แต่ถ้าสำหรับอีกกลุ่มคนหนึ่ง
มันดูไร้สาระไม่น่าฟังข้ามๆไปได้เลย
ช่วงนี้อ่านหนังสือมากขึ้น
พูดน้อยมาก แต่คิดเยอะโคตร
สถานการณ์ทุกอย่างนำพาให้เป็นอย่างนั้น
พูดไปก็ไม่ค่อยจะมีใครเข้าใจ
ไม่รู้ที่พูด สาระสูงเกินไป หรือเราพูดไม่รู้เรื่อง
เลยตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียว ทำๆๆๆๆๆๆ
แต่ก็ไม่วายโดนติโน้นนี่
No Matter what they say
I'll do
For
Freedom
Beauty
True
&
Love
Au revoir

วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551

You're the first who I think of!

วันนี้มีเค้าจะยุ่งยากทุกอย่างตั้งแต่ลมฝนฟ้าละ
อากาศร้อนนนนจนแค่ปิดแอร์ปุ๊บเหงื่อตั้งท่าไหลเลย
เดินจากชั้นสาม
เดินแบบช้าๆ ไม่ให้เหนื่อยมาก
แต่ลงถึงชั้นหนึ่ง
เหงื่อไหลเหมือนเล่นฟิตเนส
กูจะบ้า
ขึ้นรถ มึนๆ ขับไปที่มหาลัย
วันนี้เป็นวันแรกที่ไม่มีตังค์ในกระเป๋าต้องรีบ ตื่นมาขอมะม๊า
ค่าน้ำมันเพราะมันจะหมดแล้ว
เติมเสร็จขับถึงรีบเตรียมฉากถ่ายงานFine art
เพื่อนบางคนก็ดีจริงๆ
ขอบคุณปั้น อ้น พี่ไอซ์ ออยลี่ แล็ป น้องดาว แล้วก็พี่นิว
ที่ช่วยให้งานนี้ออกมาสำเร็จ
แต่บางคน เบี้ยวไม่มา
ทำให้งานต้องชะงักแล้วหาคนมาแทน
อย่าให้ถึงทีชั้นบ้างนะ
เสร็จแล้วก็ไปดูฉากต่อ ยุ่งยากมากกก
อีอ้นก็ไปหัวเสียมาจากไหนไม่รู้
มากมาย เดี๋ยวงานไม่เดินนะมึง
ว่าแล้วก็แบ่งงานไปหาของ
ขับรถหลงจนน้ำมันลดไปขีด กว่าจะเจอก็แทบแย่แล้ว
กลับมาเห็นงานเริ่มคืบหน้าแล้วค่อยยังชั่ว
พรุ่งนี้ต้องทำงานอีกเยอะ
ไปเรียนฝรั่งเศส
จะยากกันไปไหน ย๊ากยาก
ขับรถกลับบ้าน รีบขับเพราะอยากรีบคุยกับพี่เจฟมากๆๆๆๆ
กลัวพี่เจฟจะออกไปข้างนอกแล้ว
กลับมารีบกินรีบขึ้นไปบนห้อง
โชคดีจังพี่เจฟยังอยู่ที่ห้อง
คุยกันไปกันมาพี่เจฟร้องไห้
เค้ายิ่งรู้สึกสะเทือนใจเลย เค้าไม่อยากร้อง ต้องยิ้มให้กำลังใจพี่เจฟไว้
อยากให้พี่เจฟรู้ว่าตั๋งมั่นคงในพี่เจฟมากกกก
ตั๋งจะเป็นกำลังใจให้พี่เจฟนะครับบ
อยากบินได้จัง เวลาพี่เจฟเศร้าจะได้บินไปหา
ไปปลอบ กอดจูบ ให้พี่เจฟหายเศร้าแล้วบินกลับมาเซ็ทฉากต่อ
ยิ่งพิมพ์ยิ่งน้ำตาจะไหล
ไม่ได้ๆ ไม่ยอมให้พี่เจฟมาหักคะแนนหรอก
ฮิฮิฮิ
เค้ารักตัวเองน้า

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2551

Quelle heure il est?

ตื่นแต่เช้ามาได้คุยและเห็นหน้าพี่เจฟครั้งแรก
ดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่หน้าตาพี่เจฟดูเหนื่อยเครียดๆ
อาจจะเพราะช่วงแรกที่เรื่องงานยังไม่เข้าที่
และก็ไม่ค่อยสบาย
เป็นห่วงนะครับพี่เจฟ
มีอะไรให้ช่วยบอกได้นะครับ
หลังจากเรื่องดีๆผ่านไป
ก็มีแต่เรื่องยุ่งวุ่นวาย
เตรียมงานทุกอย่างเพื่อจะส่งงานใหญ่วันนี้
ใจนึงก็กังวลว่าคะแนนจะออกมาดีมั๊ย
อีกใจก็ปลงๆ
สรุปว่าออกมาดีเกินคาด ถึงแม้จะไม่ดีที่สุดก็ตามที
เอาเถอะได้แค่นี้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้วสำหรับวิชาที่ไม่ถนัดขนาดนี้
ส่งเสร็จก็ไปอัดงานFashion ต่อ ตื่นเต้นมาก เพราะอย่างน้อยงานนี้ก็จะเสร็จอีกงานซักที
เสร็จแล้วก็เรียนฝรั่งเศส
เรียนก็อ่านเวลาแบบฝรั่งเศส
มันช่างซับซ้อนและเยอะแยะมากมาย มึนตึบเลยทันทีที่เรียนวันนี้
Brand หนึ่งขวดไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาบ้างเลย
กลิ่นก็คาวเหมือนน้ำล้างปลาบู่
ทำไมนะงานเสร็จไปสองอย่างแล้ว ไม่รู้สึกว่ามันเบาขึ้นแม้แต่น้อย
ยังรู้สึกว่าทุกอย่างยังเยอะเหมือนเดิม
อาจจะเพราะตอนนี้ภาระที่บ้านก็เทใส่เข้ามาอย่างไม่ตั้งตัวแล้ว
เฮ้อ คิดถึงพี่เจฟจังเลย
วันนี้ถ้านับจำนวนคิดถึงแล้ว มากกว่าเรื่องงานข้างบนอีก
เพราะอะไรน่ะเหรอ
เพราะชอบคิดเรื่องที่มีความสุขน่ะสิ
เรื่องเครียดๆไม่ชอบคิด คิดไปก็ปวดหัว
มานั่งคิดถึงแฟนดีกว่าฮิฮิ
จริงมั๊ยครับ
พี่เจฟ

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2551

Bon sejour a Americain!

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
นั่งนับมาตลอด ว่าถ้าถึงวันนี้จะรับมือกับมันอย่างไรดี
ช่วงเวลาที่ต้องจากลาคนที่รักที่สุด
กับ
คนที่สนิทที่สุด
เกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียว
ปั่นป่วนเป็นอย่างมาก
จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกหวิวๆ
ยังมองโทรศัพท์ตอนเช้า ตอนเที่ยง และตอนเย็น
วันนี้ขับไปจุฬาจอดตรงตัวยู เพราะเอาโทรศัพท์ไปซ่อม เอาฟิล์มไปล้าง
ขาออกมาหยุดรถตรงปากตัวยูเฉยเลย
กลับมาบ้าน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทร
มันยังไม่ชิน
สามเดือนที่จากกันครั้งนี้ดูยาวนานมาก
แต่จะไม่ยอมให้ตัวเองมาเป็นตัวถ่วงคนที่รักเด็ดขาด
"พี่เจฟครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ตั๋งสบายดี
ยังคิดถึงพี่เจฟตลอดเวลา และจะไม่งอแงให้ลำบากใจนะครับ"
รักพี่เจฟเสมอและเสมอต้นเสมอปลาย
รักจริงจัง