วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2551

ลงตัว

โอ้ย
อะไรกันนักกันหนานะ
งานเยอะจริง
เคลียร์ตัวนึงไม่เสร็จอีกตัวก็จะมาแล้ว
ถ้าตีนใช้ถ่ายงานได้คงดี
คงจะได้ใช้อวัยวะทุกส่วนทำงานเลยทีนี้
ความรักช่วงนี้ดูลงตัวดีจัง
ดูเหมือนเข้าใจกันมากขึ้น
แต่อย่าพึ่งพูดอะไรมากดีกว่า
พูดอย่างงี้ทีไร ไม่นานก็มีเรื่องทันที
รู้สึกตัวเองมีความสุขในระดับนึงเลย
ทั้งงานที่มันเยอะ
แต่รู้สึกดี แค่เหนื่อยล้า
กับพี่เจฟที่รั๊กกก รักกก
ตอนนี้เหลือแต่เปิดตา มองโลกทัศน์มากๆ
จะได้มีอะไรมาใส่สมองทำงาน
ช่วงนี้ห่างจากนิตยสารแฟชั่นไปเยอะ
พอซื้อมาดูเล่มล่าสุดที
งงเลย
เริ่มตามไม่ทัน
ต้องรีบแล้ว
ช่วงนี้เริ่มชอบงานแบบ
Surreal Fashion ซะแล้วสิ
กับตอนนี้มีความฝันขึ้นมาอีกหนึ่งคือ
อยากตัดชุดเป็น
มากไปปล่าวว่ะ
แต่อยากทำจริงๆ
พอละ กลับไปทำงานต่อดีกว่า

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551

ดำ ด็อท คอม

ช่วงนี้ดำ
ดำอันแรกคือตัวดำปิ๊ดปี๋
เพราะงานแต่ละอย่างล้วนแต่ถ่ายข้างนอกทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะทิวทัศน์ และสถาปัตยกรรม
ตากแดดทีหน้าด้านเลย
แดดเมืองไทยก็ร้อนมากๆ
ถ่ายเสร็จทีเพลียหลับได้เป็นวันเลย
ดำทีสองคือดำมิด
สมองตีบตันมองโลกแคบ มืดมิดจริงๆ
อันนี้คงให้ใครช่วยไม่ได้นอกจาก
พัฒนาวิสัยทัศน์ตนเองต่อไป
อันที่สามคือใจดำ
เนื่องจากงานเยอะมากจึงใจดำกับ
งานที่บ้านไม่ยอมช่วย
ใจดำกับเพื่อนๆเนื่องจากเพื่อนก็ใจดำกับเรา(บางคน)
รวมแล้วก็ดำๆเฉลี่ยกันไป
ตอนนี้ชอบเพลงของ britheyจังเลย
Piece of me
ประโยคมันโดนดีจริงๆ

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2551

Let's be

งานๆๆๆๆๆๆๆๆ
เยอะทีเดียว
แต่ข้อดีมันเยอะกว่าข้อเสีย
ข้อดีคือเราจะแม่น เราจะพัฒนาและเราจะถึกขึ้น
ข้อเสียมีแค่เหนื่อย
ช่วงนี้ต้องทำตัวกตัญญูรู้คุณหน่อย
เหลวไหลมาเยอะแล้ว
ต้องทำคะแนนบ้าง
ให้เค้ารู้ว่าเรายังไม่ได้จากไปไหน
พอเหนื่อยเพราะงาน ล้าเพราะงาน
ก็พาลไปถึงเรื่องส่วนตัว
อะไรโดนนิดโดนหน่อยก็คิดเล็กคิดน้อยแล้ว
มันคงเหนื่อยมั้ง
เลยอยากได้อะไรมาประโลมใจเยอะๆ
อยากให้ทุกรายละเอียดเกิดขึ้นบ้าง
มันคงยิ้ม ยิ้ม ยิ้มได้ตลอด
แต่ก็ไม่อยากได้ความเสแสร้งอีก
เรื่องมาก
ช่างมันเถอะ
ปล่อยให้เป็นอย่างที่เป็นนี่ละ
คงดีมั้ง

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551

ถึงเวลาแล้ว

งานเข้าเสมอต้นเสมอปลายมากๆ
ไม่รู้ว่า
งานแต่ละชิ้น
เราซีเรียสเกินไป
หรือ
ชาวบ้านเค้าไม่ซีเรียสกันก็ไม่รู้
ทำมากๆก็โดนหมั่นไส้
ทำน้อยๆก็ถูกผิดหวัง
ไม่ทำโดนว่าว่าขี้เกียจ
ยิ่งทำงาน ยิ่งเรียนรู้ไปเรื่อยๆถึงรู้ว่า
ชีวิตคนเราเรียนรู้เพื่อ
"จะได้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ชอบอะไรกันแน่"
นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงการนี้
จากชอบอะไรแรงๆ จัดๆ บ้าๆ
กลายเป็นคลาสิค ต้องมีระดับ ต้องแพง
มาเป็นลายกราฟฟิค แล้วเน้น ความคมชัด
แล้วต่อไปจะเป็นอะไรน้า
ความเป็นตัวเองของเรามันจะหยุดเมื่อไหร่
หรือมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
จากคนที่ชอบอยู่คนเดียว ทำอะไรด้วยตัวเองมาตลอด
กลายมาเป็นคนที่ขาดคู่ไม่ได้
แล้วต่อไปอาจจะกลับไปเป็นเหมือนเก่า
หรือจะเป็นอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยเป็นรึปล่าว
เปลี่ยนบางที่ก็เปลี่ยนเพราะสิ่งรอบข้าง
แต่พอฝืนไปสักพักนึง
ก็รู้สึกได้ว่า
ต้องกลับมาเหมือนเดิมในที่สุด
เพราะยังไงคนเราก็ลืมจุดเริ่มต้นของตัวเองไม่ได้อยู่
ถึงเวลาแล้วละ

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2551

ยุ่ง โคตรยุ่ง แอนด์ยุ่งมากๆ

ไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะงานยุ่งเหยิงขนาดนี้
มีตั้งแต่ตื่นเช้าแล้วทำจนดึก
กับ
ไม่ต้องนอน แต่ทำจนถึงเช้าแล้วต่อจนดึกอีกวัน
ทำไมมันเหนื่อยได้ขนาดนี้นะ
เหนื่อยสมองมากเวลาคิดๆๆๆๆ
สนุกก็สนุกนะ สนุกและเพลินกับงานมาก
แต่ไปๆมาๆ มันก็สู้ไม่ไหว
ยังไงก็เต็มที่กับทุกงานไว้ก่อน
ช่วงนี้เงินรั่วมาก
จริงไม่จริงวันนี้อากงดูลายมือให้
ยังบอกเลยว่า
"เป็นคนหาเงินได้ทีเยอะมาก แต่ใช้เยอะมากเหมือนกัน"
ต้องระวังหน่อยแล้วกู
ช่วงนี้ความรักก็เรื่อยๆ
มีดีกับทะเลาะสลับกันไป
ให้มีรสชาติ
รู้สึกดีมากที่เค้ามาให้กำลังใจถึงที่เลย
มาช่วย ไปเป็นเพื่อนนู้นนี่
ขอบคุณมากนะครับ
รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลย
แล้วก็ขอโทษในบางอารมณ์ที่หงุดหงิดด้วยนะครับ
งานมันตึงเปี๊ยะเลย เลยหน้าเหม็นเยี่ยวบ่อย
แต่ยังไงก็เหอะ
ขอให้ความรักเราสองคนมั่นคงมากๆนะครับบบบ
สาธุ

วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551

Shock, Tired and then Sad (STS)

เปิดมาปีใหม่
งานก็ดูเป็นผู้ใหญ่มาก
เป็นงานที่ไม่มีวันทำเสร็จภายในเวลาไม่กี่ ชม. แบบ ตอนงานที่แล้วๆมา
มันต้องมีกระบวนการคิดสูง
สนุกนะ
แต่บางทีการดองเค็มไว้มากๆ
ก็สร้างปัญหาให้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
งานแรก
ถ่ายภาพให้ดูคงสไตล์ยุค 20 ไว้ให้ได้
อันนี้หนักพร็อพ บานแน่ๆ
นางแบบก็ค่อนข้างจำกัด
อันที่สองหัดทำศิลปนิพนธ์ก่อนจะเจอของจริงปีหน้า
อันนี้ ก็น่าคิดนะ เนื้อหาต้องอ่านเยอะมาก
ต้องรีเสิรซ์เยอะโคตร
อันที่สาม สร้างภาพที่มีลำดับการเล่าเรื่อง
อันนี้เหมือนเอาสองข้อข้างบนมาผสมแล้วเติมไปว่า
"ต้องสามารถเล่าเป็นเรื่องราวออกมาได้"
อันที่สี่ อันนี้หนักสุด
ทำงานสุดท้ายของภาพถ่ายแฟชั่น
คือถ่ายภาพจากเรื่องราวในวรรณกรรมไทย
ชั้นก็ไม่ใช่คนอ่านสักเท่าไหร่เลย อ่านที่ชอบเท่านั้น
ทีนี้ล่ะ ต้องอ่านจริงๆจัง
แล้วมีเวลางานนี้ 6 อาทิตย์
ทุกอาทิตย์ต้องส่งความคืบหน้า
มีผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆมาตรวจงานอย่างครบคั้น
รู้สึกว่างานที่ 5 6 7 กำลังตามมา
มีดิจิตอล อันนี้เหนื่อยหน้าคอม
มีLandscape เหนื่อยกายมาก เพราะต้องลุยแล้วกลับมาล้างฟิล์มอย่างด่วน
พร้อมอัดภาพ
อันที่เจ็ดต้องอ่านหนังสือสอบจิตวิทยาแล้วล่ะสิมันใกล้สอบแล้ว
แล้วสุดท้าย ทุกวิชาที่กล่าวมา มีแค่แฟชั่นเท่านั้นที่ให้Finalแล้ว
นอกนั้นยังไม่ให้เลย เพราะว่ายังมีงานอื่นที่ยังไม่ให้อยู่
ตายสนิท
แต่คิดว่าคงสนุกเลยล่ะ เพราะการมีงานเยอะขนาดนี้
คงทำให้วิ่งเต้นอยู่ตลอดเวลา
ไม่นอนเอื่อยอย่างนี้ ตอนนี้ถึงเวลาฟื้นฟูศิลปะวิทยากลับมาอีกรอบ
เฮ้อทำไมเวลาชีวิตชั้นมันสวนกระแสกับคนรักเราอย่างนี้นะ
ถึงแม้เค้าจะไม่มีงานหนักแล้ว
แต่ก็จะได้เจอกันบ่อยรึปล่าว ตัวเราเองก็มีงาน
ครั้งมาหา เค้าก็คงลำบากไม่ใช่น้อย
กลุ้มใจ ท้อใจเหมือนกันนะ
แล้วบางทีต้องมานั่งฟังคำอะไรที่ไม่อยากฟัง
ได้เห็นหน้าตาที่เซ็งๆเบื่อ มันก็ยิ่งกดดัน
เวลาพูดก็ต้องคิดแล้วคิดอีกไม่อยากให้สะเทือนกันมาก
เกลียดการมีปัญหาคู่มาก
มีแต่ละครั้ง เอามานั่งเครียดจนประสาทจะกิน
แล้วคอยแต่จะโทษตัวเองตลอด
จะทนไหวไม่เนี่ยชั้น
บางทีงานเยอะขนาดนี้คงทำให้ปัญหาน้อยลง
ก็อาจจะมีแนวโน้มที่ดีบ้างละ
ท้ายที่สุด
ฝากไว้กับตัวเองว่า
"ทำอะไรไปไม่มีใครเห็นค่า มีแต่ด่า แต่ถ้าใจรักจะทำก็ทำเถิด
แล้วสักวันหนึ่งคนที่ติเราจะเห็นว่า
เขาทำผิดเสียแล้ว"
สวัสดี

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551

New Year,Is it happy?

ปีใหม่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหมือนกับว่า สองเดือนที่แล้วยังคิดอยู่เลยว่าอีกตั้งนาน
แต่พอมันจะผ่านไปเท่านั้นหล่ะ
ไม่ทันตั้งตัวเลย
ปีใหม่นี้สิ่งที่อยากได้และต้องทำให้ได้คือ
การเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่านี้แล้ว
มีมุมมองที่กว้างขวาง มีความอดทนมากขึ้น
มีความสุขุมรอบคอบมากขึ้น
มีความรักที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ฟังดูมันเยอะจังจะขออะไรมากมาย
แต่
ความจริงแล้วไม่เยอะเลยนะ แล้วได้ทันทีเลย
ถ้าตัวชั้นเองพร้อม
มันก็จะเปลี่ยนให้เป็นทุกอย่างได้เลยอย่างที่ต้องการ
ขอให้ทุกคนที่อ่านเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเหมือนกันนะครับ
รัก
Taneaux