ที่อยู่ดีๆก็ขึ้นหัวข้อกระทันหันขึ้นมาอย่างนี้
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ออกจะทุลักทุเลทางจิตใจ
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลากับเรื่องเหล่านั้น
เลยต้องหาทางวางแผนการรบใหม่
ไม่เคยเหลวไหลขนาดนี้
ขนาดที่ลืมเตรียมเนื้อเรื่องสำหรับการนำเสนอข้อมูลให้กับอาจารย์
ความจริงแล้วเราชอบอะไรที่ดูเป็นโบราณ
ดูมีเนื้อเรื่องจะเอามาเล่นได้เยอะ
อ่านประวัติศาสตร์มา ชอบเรื่องในวังมากที่สุด
ทีนี้ในเมื่อจะใช้อิทธิพลจาก Pierre et Gilles
ศิลปะที่ว่าด้วยการนำหลัก "เผชิญหน้า"
แบบ
"Mise-en-scence"

หรือเรียกอีกแบบว่า
"Being-as-Playing-a-Role"
เข้ามา โดยมีตัวแปรหลักคือ
"Marionette"
ที่เสือกนำเสนอเป็นหัวข้อไป เนื่องจากอยากทำงานประมาณ โรงละครสัตว์
โอเคทีนี้ลองมาวิเคราะห์นะ
ในเมื่อแกนหลักของMarionette คือการ บังคับ และควบคุม
ให้ไปตามที่ต้องการเพื่อความพอใจต่อคนที่บังคับ
ตัวแปรตามคือ
"Pierre et Gilles"
ที่นำเสนอภาพแบบละครเวที
การเอาเรื่องราวในประวัติศาสตร์(ตรงนี้ตรงกับความชอบของเรา)กับเรื่องราว
ที่ผู้คนทั่วไปรู้จักมานำเสนอในความต้องการของตนเอง(ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับเพศ)
รายละเอียดที่สมบูรณ์แบบทุกอย่างอยู่ด้านหน้าและง่ายแก่การเข้าใจ
และตัวแปรควบคุมไม่ให้งานหลุดกรอบคือ
"หมากรุกฝรั่ง"
ทำไม ทำไมต้องหมากรุกฝรั่ง??? นั่นสิ
เดิมทีแล้วเราอยากทำเรื่องราวในประวัติศาสตร์
เรื่องแรกที่เข้ามาในหัวเกี่ยวกับการชักใยคือ
"พระนางซูสีไทเฮากับลูกชาย"
ที่เรื่องเกี่ยวกับการบีบบังคับให้ลูกชายทำในสิ่งที่ตนต้องการ
และสุดท้ายก็ต้องสูญเสียลูกชายไปเพราะสิ่งที่ตนห้ามและบังคับ
เนื้อเรื่องเศร้าและจริง แต่ว่ามันคงจะแคบมาก
งานคงจีนๆ มีอีหมวยกับไอตี๋
เลยคิดจะมาทำอะไรขยายวงกว้าง
เดิมทีคิดจากพื้นหินอ่อนตารางขาวดำ
ตามความชอบส่วนตัวเราชอบตารางขาวดำ
หมากรุกๆๆๆๆๆๆ
หมากรุกมี คิง ควีน ไนท์ บิชอป พอน
มีทุกอย่างทุกเรื่องราวที่เอามาปั้นแต่งเองได้
"แล้วทำไมชั้นถึงจะไม่เอามาเป็นหัวข้องานละ"
.
เพราะฉะนั้น การยำงานครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายสำหรับการเรียนถ่ายภาพปีสี่
"Marionette+Pierre et Gilles+Chess"
=
MARIONETTE
โดยจะเอาเรื่องราวทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างสอดแทรกเป็นระยะๆ
น่าสนุกแต่ต้องลองดูก่อน
ณ ตอนนี้เอาเรื่องรายงานข้อมูลให้รอดแล้วทำการบ้านที่เหลือ
ให้มากที่สุดจะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องปวดหัว
ปล่อยมันไป ลอยไป
แล้วกลับมา "รุกฆาต" อีกครั้ง