วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

ขันติ เพื่อ ขันที่ไม่แตก

ช่วงนี้มีอะไรให้ทดสอบ
ทางจิตใจเยอะแยะไปหมด
จนบางครั้งก็หลุดออกมา
พอน็อตตัวนึงหลุด น็อตที่เหลือก็หลุดตาม
จนไม่สามารถรั้งอะไรไว้ได้
ก็ต้องมานั่งเอาน็อตเสียบเข้าไปในแต่ละจุดอีกรอบ
ตั้งต้นใหม่
บางทีก็รับกับเรื่องเล็กๆน้อยไม่ได้
อาจจะสภาพครอบครัวเราสอนไว้อีกแบบนึง
พอไปอยู่ในอีกสังคมนึง
ก็ต้องปรับตัว
ไม่ชอบเวลาที่กำลังแสดงความคิดเห็น
แล้วคนที่ฟังเดินไปนู้น หรือทำกิจที่หลุดไปจากการฟังเรา
รับไม่ได้
ถ้าคนฟังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในสิ่งที่ตัวเองพูด
เราอยู่ในสังคมที่คนรอบข้างจะหันมามองหน้ารับฟัง
แล้วให้ความสนใจอย่างดีมาตลอด
พอเจออย่างนี้แล้ว
มันรับไม่ค่อยได้
แต่ทั้งนี้มันคือการต้องอดทน
เข้าใจในอีกสังคมหนึ่ง
ไม่จำเป็นจะต้องนั่งเสียใจ
ขอแค่สิ่งที่ชั้นคิดชั้นเล่ามันคือเล่าด้วยความตั้งใจ
สักวันหนึ่งสังคมนั้นจะหันมาฟังเรา
ต้องอดทน
.
.
.
.

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

จิตว่าง Mode

ตอนนี้เป็นหวัดนิดๆ ไม่มากจนเกินไป
เป็นไปตามฤดูที่กำลังเปลี่ยนแปลง
เป็นหวัดนิดๆอย่างงี้
ทำให้เรานึกถึงเค้า
เค้าเป็นหวัดหนักกว่าเรา
เป็นห่วงจังเลย
วันนี้ได้ยินเค้าบอกว่า
กลัวจะเป็นนู้นนี่ ปวดหัวอย่างงี้
เนื้องอกรึปล่าว
เราอยากจะค่อยลูบหัวเค้า ยิ้มแล้วกอดไว้แน่นๆ
บอกว่า
"พี่เจฟไม่เป็นอะไรหรอกครับ ตั๋งอยู่ตรงนี้ ยังรักพี่เจฟอยู่ตลอดเวลา"
ขอบคุณหวัดนะครับ
ที่ทำให้เราได้แสดงความรู้สึกกับตัวเองเราเองให้รู้ว่า
"เรารักพี่เจฟมากแค่ไหน"
ตอนนี้เราจะเป็นพวกจิตว่าง
ไร้ซึ่ง
โทสะ โมหะ โลภะ
ทำเพื่อตัวเอง
จะได้ไม่ไปทำร้ายผู้อื่น
รวมทั้งทำร้ายตัวเราเอง
มีผลใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นตนไป
เจียมตัว เจียมตัว
วันนี้คุยเรื่องห้องมืดกับมะม๊า
คำตอบที่ได้รับกลับมามันทำให้เราช็อค
อยากจะร้องไห้ที่พลั่งพลูความต้องการไม่รู้จบของตัวเอง
ที่ไปสร้างความลำบากให้ม๊าขนาดไหน
ชั้นจะหยุดมันไว้ก่อนนะ
รอก่อนนะ
เหลือแค่ก้อนหินลูกใหญ่ลูกนี้
ชั้นจะข้ามมันให้ได้
ด้วยจิตว่างของชั้นเอง