เคยสงสัยบ้างมั๊ยว่า
ทำไมเราไม่สบายเหมือนคนอื่นบ้าง ไม่อะไรๆก็ง่ายๆเหมือนคนอื่นบ้าง
ในขณะที่คนอื่นได้สนุกสนาน
ตัวเราต้องนั่งทำสิ่งที่ต้องทำ
และบางครั้งก็ต้องทำด้วยความตราดตรำบางครั้งก็ต้องหลั่งน้ำตา
มาจนถึงวันนี้เข้าใจแล้ว
ว่าสิ่งที่เราต้องทำ นั้นละ มันทำให้เราได้อะไรมากกว่าคนอื่น
ทุกวันนี้มองดูคนที่สนุกๆ ไปวันๆ เดินนู้นนี่ไม่คิดอะไรมาก
เห็นแล้วสงสัยว่าคนพวกนี้เมื่อโตขึ้น
เค้าจะทำอะไรน้า คนที่แต่งตัวแพงๆ แต่ทำอะไรไม่ได้เลย
ปลายทางของคนเหล่านี้จะอยู่ที่ไหน
ไม่มีคำตอบ บางทีเค้าอาจจะเจ๋งกว่าตัวเราที่ไปคิดหยั่งงี้กับเค้าก็ได้
แต่เท่าที่คิดได้ตอนนี้
ชั้นจะไม่ยอมหยุดอยู่กับที่เด็ดขาด แม้ว่าตอนนี้
อุปสรรคต่างๆจากข้างนอกตัว กับอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากคนรอบข้าง
รวมทั้งที่เกิดจากจิตใจของตัวเอง
จะขัดขวาง จะทำให้ชั้นต้องช้าลง
แต่มันจะแค่ช้าลงแป๊ปเดียวเท่านั้นละ
สำหรับความรัก
ในตอนนี้มันดูราบรื่น ไปเรื่อยๆตามวิถีแบบคนอย่างที่ชั้นเป็น
ถึงแม้ว่ามันจะเกิดเรื่องจิตใจที่ต่างกัน แนวทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน
ถึงมันจะทำให้ท้อบ้าง แต่ก็ต้องพยายามปรับ
ปรับในสิ่งที่ปรับได้
คงในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองไว้
และหวังกับรักครั้งนี้ว่ามันจะเป็นอะไรที่ให้ทุกๆอย่างกับชีวิต
(แต่ไม่คาดหวัง แค่บางครั้งขี้สงสัยเอามากๆ)
สุดท้ายก่อนจะจบบทเรียนวันนี้
เพราะความที่บุพการีที่ชั้นรักที่สุดสอนไว้เสมอว่า
"ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี"
ด้วยเหตุนี้อะไรที่ดูเหมือนจะไม่กล้าพูด หรือพูดแล้วอ้อมๆ ต้นเหตุมันมาจากคำนี้ละ
เพราะความที่ตัวเองมีปมด้อยสูงในวัยเด็ก
จึงคิดว่าจะพูดอะไรออกไป ต้องดูคนที่รับฟังเราด้วย ว่าเราจะทำให้เค้าเสียใจรึปล่าว
เพราะเราเองเสียใจกับคำพูดคนมามากมายเหลือเกิน
เพราะฉะนั้นคำพูดที่เหมือนพยายามจะบอกอะไรสักอย่างอย่างไม่ตรงไปตรงมาจึงไม่ใช่
วิธีที่ชั้นพยายามจะสร้างความรำคาญให้กับคนอื่น
I want my life to be as it should be.
