วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เศร้าใจกับครอบครัวชั้นเองจัง

ความจริงแล้วไม่อยากขึ้นหัวข้อนี้เลย
แต่บางทีความรู้สึกคนเรามันไม่รู้จะหาใครเป็นทางออก
ไม่อยากเอาเรื่องในบ้านมาประจานให้อับอายตัวเอง
ว่า
แท้จริงแล้ว
คนที่เราคิดว่า ต้องรักกัน ถึงจะมีเราเกิดขึ้นมา
ความจริง
เค้าไม่ได้รักกันเลย
ไม่รักกันไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ไม่รักกันแล้วมาทนอยู่ด้วยกัน
คนที่ทรมานไม่ใช่พวกเธอหรอกนะ
แต่มันคือผลผลิตที่พวกเธอสร้างขึ้นมา
ต้องมานั่งฟังคำด่าแย่ๆ
ที่ไม่ด่าใส่กัน
แต่มาลับหลังให้พวกเราต้องฟังกัน
มันแย่นะที่วันๆนึงเรื่องๆพวกนี้ต้องเข้ามาอาศัยอยู่ในสมองของชั้น
สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดที่สุด
คือไม่อยากให้น้องอีกสองคนที่เค้าควรจะมีความสุขในวัยเค้า
ต้องมารับอารมณ์ร้ายๆของเราที่เกิดจากความเครียดเรื่องบัดซบพวกนี้
ไม่อยากให้พวกเค้าต้องมาผจญกับเรื่องร้ายน่าเบื่อ
ของผู้ใหญ่ที่มีแต่เหตุผล แต่ไร้ซึ่งความเข้าใจ
การอภัยและการยอมรับความผิดพลาด
มีแต่การประชดประชัน
เป็นไปได้มั๊ยว่ามันจะยุติลง
ถ้ามันหยุดลงไม่ได้
ขอสาบานไว้ว่าจะต้องเก่งให้ได้ เก่งจนมีทรัพย์ที่จะเลี้ยงดูน้องสองคน
แล้วพาน้องสองคนออกจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม
มาอยู่กับเรา สามพี่น้อง
เฮียสัญญานะจะไม่ให้ทั้งสองคนต้องเห็นภาพแย่ๆในชีวิตอีก
เฮียเสียใจจังที่ครั้งนึงในชีวิตของพวกแกต้องมาเครียดกับเรื่องแย่ๆอย่างนี้
เฮียเสียใจ

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

คิดถึง

เวลาผ่านไปสองเดือนแล้ว
สองเดือนแล้วสินะที่อยู่ห่างจากคนที่เรารัก เราคิดถึงมากที่สุด
การแยกกันครั้งนี้ มันสอนอะไรเราเยอะมาก
มันทำให้เราต้องหัดคุมสติมากๆ
ต้องเชื่อใจกันมากๆ
จากตอนที่เค้าเข้าสนามบินไป
ตอนที่เราหวิวๆรู้สึกวาบไปทั้งตัว
ทำใจไม่ได้
ทำอะไรไม่ค่อยถูก
มาจนถึงตอนนี้ความคิดถึงจากวันนั้นถึงวันนี้
ไม่น้อยลงเลยมากขึ้น
แต่ไม่สั่นแล้ว
กลับเป็นพยายามหาไรทำแล้วทำให้ดีที่สุดจะได้ใช้เวลาที่วิ่งอย่างรวดเร็ว
ให้มันเร็วจริงๆ
ไม่ทำให้เวลาดูช้า
มีแต่คิดถึง
และเฝ้ารอวันที่เค้าจะกลับมา
กลับมาให้เรากอดเค้าอีกครั้ง
รักพี่เจฟมากครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

แค่อยากมีคนคุยด้วย

ช่วงนี้ชีวิตเหมือนจะว่าง
แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาจะทำอะไร โดนปล่อยไปกับอะไรเดิมๆ
เบื่อๆ
รูปลักษณ์ภาพนอกที่ดูเป็นคนเงียบๆ
ความจริงเราเป็นคนนึงที่ชอบคุยนู้นนี่ เสวนานู้นนี่
แต่ทำไมหาคนคุยด้วยไม่ค่อยได้
ที่หาไม่ค่อยได้เพราะเราเลือกจะไม่คุยด้วยนะ
บางคนก็คุยด้วยไม่ไหว น่ารำคาญ
บางคนก็เงียบๆ รับฟังเออออแต่ไม่ได้ไปเข้าใจอะไรหรอก
ทำๆไปให้รู้สึกว่าสนใจอย่างงั้นเอง
บางคนก็ชอบขัดทุกเรื่อง บางคนก็ขี้โม้เกิน
บางคนก็พูดแต่เรื่องเน่าๆคาวๆ
.
.
.
เราเป็นคนนึงที่ชอบอ่านประวัติศาสตร์ ชอบศิลปะ ชอบภาษามาก
ถ้ามีใครมาถามภาษาเราจะรู้สึกดีที่สุดเลย
ถ้ามีใครมาถามแฟชั่นเราจะชอบมากที่ได้ตอบ
ถ้ามีคนมาถามว่าภาษาแต่ละภาษามีที่มาอย่างไร
มันคงจะดีไม่นอนเลย
เราชอบที่จะพูด
แต่ไม่ชอบที่จะพล่าม
คำพูดเราอ้อมบ้าง
แต่ทุกอย่างผสมไปด้วยความจริงใจ
.
.
ไม่นานมานี้อย่างที่พิมพ์ไปบ้างแล้ว
ว่าเจอคนที่เหมือนกับเรามาก
ทั้งความคิดการอ่าน
มีแตกต่างกันบ้างตามสไตล์ร้อยพ่อพันแม่
แต่โดยรวมดูเสมือนจะใช่คนเดียวกันเลย
ดีใจจริงๆนะ
ไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายอย่างนี้มานานแล้ว
การได้คุยอะไรที่เป็นภาษาของเราแล้วอีกคนเข้าใจ
ไม่ต้องนั่งปั้นแต่งคำพูดให้ดูดี
ที่แม้แต่ตัวเราเองฟังแล้วยังรำคาญใจ
.
.
แต่ก็ต้องจากลากันด้วยเหตุผลปกติสามัญ
ไม่เคยเศร้าเรื่องการจากลานะ
ชีวิตนี้เจอแต่อย่างงี้มาตลอดตั้งแต่เด็กไม่เคยได้ลิ้มรส
อารมณ์ความเป็นเพื่อนยาวนาน สักเท่าไหร่
มีที่ยาวนานก็เพื่อนเก่าที่ยังคอยช่วยเหลือจนถึงทุกวันนี้
ส่วนใหญ่เป็นแต่หัวหน้าเค้า ทุกคนอยากเข้าหา
พอทุกอย่างเสร็จเราก็ต้องจากทุกคนไปอยู่ดี ด้วยตำแหน่งหน้าที่
มันแปลกตรงที่
สมัยมัธยม
เราเป็นคนที่ต้องการตัวมากที่สุดคนนึงของโรงเรียน
และเรายินยอมทำทุกอย่างตามที่ส่วนใหญ่ร้องขอ
เรียกได้ว่าทุกคนที่เห็นคือเพื่อน
รุ่นน้องที่เราไม่รู้จัก ยังเข้ามาคุยกับเรา
พอมามหาลัย
ทุกอย่างตรงกันข้ามหมด
คนที่เป็นเพื่อนคือคนที่ใช้ชีวิตคล้ายกัน
เมา สูบ เละ
ถ้าไม่มีสามอย่างนี้ก็ไม่มีเพื่อนเท่าไหร่
ทำอะไรดีมากๆ
โดนเล่น โดนจิกกัดสารพัด
ทำอะไรโง่
โดนกระทืบด้วยลมปาก
และตอนนี้ชีวิตก้าวเข้ามาอยู่ความเป็นคู่
มีคนให้คอยห่วงใย
มีคนให้นึกถึงมันก็รู้สึกดี
แต่มันยังขาดอะไรไปบางอย่าง
บางอย่างที่สำคัญมากๆ
และมันเกิดขึ้นทุกครั้งที่คุยจบ
ทำอะไรสักอย่างเสร็จ
ทำไมนึกไม่ออกนะ ไม่เคยนึกออกสักที
เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยความรู้สึกในใจที่คิดมา 4 ปี
แต่ก็ยังเปิดเผยไม่หมด เพราะมันขาดสิ่งนั้นอยู่
มันคืออะไรน้า
นึกไม่ออกจริงๆ

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

I say a little prayer for you,P'Jeff

The moment I wake up
Before I put on my makeup
I say a little prayer for you
While combing my hair now
And wondering what dress to wear now
I say a little prayer for you
Forever and ever
You'll stay in my heart
And I will love you
Forever and ever
We never will part
Oh how I'll love you
Together, forever
That's how it will be
To live without you
Would only mean heartbreak for me
I run for the bus dear
While riding it I think of us dear
I say a little prayer for you
At work I just take time
And all through my coffee break time
I say a little prayer for you
Forever and ever
You'll stay in my heartAnd I will love you
Forever and ever
We never will par
tOh how I'll love you
Together, forever
That's how it will be
To live without you
Would only mean heartbreak for me
My darling believe me
For me there is no one
But you
Please love me too
I'm in love with you
Answer my Prayer

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ใจกว้าง

ช่วงนี้โชคดีได้คนคุยด้วยที่ค่อนข้างจะสนใจในเรื่องเดียวกัน
แปลกมากนะที่เจอเพื่อนอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน
คุยเรื่องเดียวกัน
ทั้งๆที่เรื่องเดียวกันนี้ถ้าคุยกับคนอื่นจะเป็นอะไรที่
ไม่เข้าใจแล้วยังไม่สนใจใส่ด้วย อย่างที่เราเจอบ่อยๆครั้ง
รู้สึกดีมาก
เพราะเพื่อนแนวนี้ สิบปีจะเจอสักคน
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าใจกันได้ขนาดไหนจะไว้ใจได้รึปล่าว
ยังไงก็ดูๆไปก่อนแล้วกัน
อย่างน้อยก็ไม่เหงาเท่าไหร่แล้วละ ช่วงเจ็ดวันนี้
เอางานมาให้พี่ๆดู ก็ถึงรู้ว่า
ยังไกลจากคนเก่งๆอีกมาก
นานแล้วนะที่เราลืมจุดหมายของตัวเองไป
ทิ้งเอาไว้แล้วมัวแต่ทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์กับตัวเองและผู้อื่น
การที่ได้ฟังคำวิจารณ์หนักๆแรงๆซะบ้าง
น่าจะเป็นสารกระตุ้นที่ดีที่สุด
เราไม่ใช่คนมีพรสวรรค์ที่สุด แต่เราก็เป็นที่มีพยายามที่สุดได้
เพราะความพยายามมันขึ้นอยู่กับตัวเรา
เริ่มตาสว่างละ และเริ่มรู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเราไม่เหมาะกับตัวเรา
มันคือผลพวงของการต้องตกอยู่ในความเหงา คนเดียว
เฮ้อ
ไปมีความสุขดีกว่า

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

การเปลี่ยนแปลง

บางที
ชีวิตที่ซ้ำๆซากๆได้รับการเปลี่ยนแปลง
ทุกอย่างก็จะดูดีขึ้น
แต่เราเป็นคนไม่กล้าเปลี่ยน
พอรู้ว่าจะต้องเปลี่ยน
ก็จะเกิดอาการ"ดัดจริต"
เปลี่ยนแล้วจะดีเหรอ เซ็งบ้างละ ยึดถือของเก่าบ้างละ
แต่พอก้าวผ่านเส้นนั้นมา
ถึงพึ่งรู้ว่า
ข้างนอกเค้าก็ดูดีเหมือนกัน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาสดๆร้อนๆ
และก็ทำให้รู้ว่าไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
ถ้าอยากเปลี่ยนอะไรเปลี่ยนเลย วัยเราตอนนี้
มันคุ้มที่จะเสี่ยงทุกอย่าง ควรผิดเยอะๆ
แล้วจะได้ไม่ต้องผิดอีกในอนาคต
เริ่มมีความกล้าขึ้นมาบ้างแล้ว
ความเป็นคน "สมบูรณ์แบบ" ต้องหายไป ต้องเอาออกไป
แล้วเอาเป็นตัวเรา เลอะๆเทอะๆ งงๆกลับมา
แปลกนะ สองปีที่แล้วเราเอาความบ้าบอออกไป
เอา"สมบูรณ์แบบเข้ามา"แล้วรังเกียจความบ้าๆบอๆมาก
แต่ตอนนี้ถึงรู้ว่ามันไม่ใช่ชั้นเลย
พอทำตัวแบบตัวเราเอง มีเพื่อนตรึม แต่พอทำตัวมีระดับ
มีระดับจริงๆ ระดับเพื่อนก็ลดลงจริงๆ
ของทุกอย่างมันคงต้องปรับเข้าหากันบ้างละ