เปิดมาปีใหม่
งานก็ดูเป็นผู้ใหญ่มาก
เป็นงานที่ไม่มีวันทำเสร็จภายในเวลาไม่กี่ ชม. แบบ ตอนงานที่แล้วๆมา
มันต้องมีกระบวนการคิดสูง
สนุกนะ
แต่บางทีการดองเค็มไว้มากๆ
ก็สร้างปัญหาให้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
งานแรก
ถ่ายภาพให้ดูคงสไตล์ยุค 20 ไว้ให้ได้
อันนี้หนักพร็อพ บานแน่ๆ
นางแบบก็ค่อนข้างจำกัด
อันที่สองหัดทำศิลปนิพนธ์ก่อนจะเจอของจริงปีหน้า
อันนี้ ก็น่าคิดนะ เนื้อหาต้องอ่านเยอะมาก
ต้องรีเสิรซ์เยอะโคตร
อันที่สาม สร้างภาพที่มีลำดับการเล่าเรื่อง
อันนี้เหมือนเอาสองข้อข้างบนมาผสมแล้วเติมไปว่า
"ต้องสามารถเล่าเป็นเรื่องราวออกมาได้"
อันที่สี่ อันนี้หนักสุด
ทำงานสุดท้ายของภาพถ่ายแฟชั่น
คือถ่ายภาพจากเรื่องราวในวรรณกรรมไทย
ชั้นก็ไม่ใช่คนอ่านสักเท่าไหร่เลย อ่านที่ชอบเท่านั้น
ทีนี้ล่ะ ต้องอ่านจริงๆจัง
แล้วมีเวลางานนี้ 6 อาทิตย์
ทุกอาทิตย์ต้องส่งความคืบหน้า
มีผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆมาตรวจงานอย่างครบคั้น
รู้สึกว่างานที่ 5 6 7 กำลังตามมา
มีดิจิตอล อันนี้เหนื่อยหน้าคอม
มีLandscape เหนื่อยกายมาก เพราะต้องลุยแล้วกลับมาล้างฟิล์มอย่างด่วน
พร้อมอัดภาพ
อันที่เจ็ดต้องอ่านหนังสือสอบจิตวิทยาแล้วล่ะสิมันใกล้สอบแล้ว
แล้วสุดท้าย ทุกวิชาที่กล่าวมา มีแค่แฟชั่นเท่านั้นที่ให้Finalแล้ว
นอกนั้นยังไม่ให้เลย เพราะว่ายังมีงานอื่นที่ยังไม่ให้อยู่
ตายสนิท
แต่คิดว่าคงสนุกเลยล่ะ เพราะการมีงานเยอะขนาดนี้
คงทำให้วิ่งเต้นอยู่ตลอดเวลา
ไม่นอนเอื่อยอย่างนี้ ตอนนี้ถึงเวลาฟื้นฟูศิลปะวิทยากลับมาอีกรอบ
เฮ้อทำไมเวลาชีวิตชั้นมันสวนกระแสกับคนรักเราอย่างนี้นะ
ถึงแม้เค้าจะไม่มีงานหนักแล้ว
แต่ก็จะได้เจอกันบ่อยรึปล่าว ตัวเราเองก็มีงาน
ครั้งมาหา เค้าก็คงลำบากไม่ใช่น้อย
กลุ้มใจ ท้อใจเหมือนกันนะ
แล้วบางทีต้องมานั่งฟังคำอะไรที่ไม่อยากฟัง
ได้เห็นหน้าตาที่เซ็งๆเบื่อ มันก็ยิ่งกดดัน
เวลาพูดก็ต้องคิดแล้วคิดอีกไม่อยากให้สะเทือนกันมาก
เกลียดการมีปัญหาคู่มาก
มีแต่ละครั้ง เอามานั่งเครียดจนประสาทจะกิน
แล้วคอยแต่จะโทษตัวเองตลอด
จะทนไหวไม่เนี่ยชั้น
บางทีงานเยอะขนาดนี้คงทำให้ปัญหาน้อยลง
ก็อาจจะมีแนวโน้มที่ดีบ้างละ
ท้ายที่สุด
ฝากไว้กับตัวเองว่า
"ทำอะไรไปไม่มีใครเห็นค่า มีแต่ด่า แต่ถ้าใจรักจะทำก็ทำเถิด
แล้วสักวันหนึ่งคนที่ติเราจะเห็นว่า
เขาทำผิดเสียแล้ว"
สวัสดี

1 ความคิดเห็น:
งานเยอะขึ้น ก็สู้ๆละกัน พี่เป็นกำลังใจให้นะครับ
มีอะไรที่ช่วยได้ ก็จะช่วย อย่างที่เป็นเสมอมา
ตั้งใจทำงานให้เต็มที่
พี่ไม่มีอะไรให้เป็นห่วงอยู่แล้ว
อยากจะบอกว่าอย่าโทษตัวเองทุกครั้งที่เรามีปัญหากัน
เป็นเรื่องปกติมากๆที่คนสองคนจะมีปัญหา
เพราะคนเรามีความแตกต่างกันไม่มากก็น้อย
วิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่เปลี่ยนตัวเองเพื่ออีกคน
แต่ควรเป็นการเรียนรู้ยอมรับในธรรมชาติ
ของอีกคนนึง
พี่ไม่ชอบเลยที่เรามาโทษตัวเอง
ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น พี่เลือกที่จะเป็นตัวพี่เองมากไปหน่อย
และตั้๋งก็ยอมที่จะสูญเสียความเป็นตัวเองบ้างในบางครั้ง
มันทำให้ตั๋งเหนื่อยนะ
ระวังท่าทีและคำพูดต่างๆ
พี่อาจจะมีปฏิกิริยาอะไรบ้างเวลาที่ไม่ชอบ
แต่เป็นการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา
ไม่เคยถือว่ามันเป็นข้อบกพร่องของเธอ หรือคิดจะนำมาเป็นข้ออ้างในการเลิกคบ
ดังนั้น เลิกโทษตัวเองนะครับ อยากพูกอยากคิดอะไรก็แสดงออกมา
พี่จะพูดของพี่ ตั๋งก็พูดของตั๋ง และเราจะเรียนรู้กัน
ช่วงนี้พี่คร่ำเครียดก็เป็นเรื่องงานทั้งนั้น
อารมณ์มันก็ไม่คงที่ตามสภาพการณ์ที่อยู่แวดล้อม
อดทนอีกนิดนะครับ บทบาทที่พี่สวมอยู่นับจากวะนแรกที่เรารู้จักกันมันจะ
ผลัดออกไป ใครจะไปรู้ พี่อีกคนนึงอาจจะกลับมาก็ได้
รักเธอเสมอ
แสดงความคิดเห็น